รหัสวิชา ง 21223 ชื่อวิชา การนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์  (วิชาเลือกเสรี 2 ม.1) 
ลำดับที่  รหัส          ชื่อ - นามสกุล              ห้อง     คะแนนรวมร้อยละ      ระดับผลการเรียน       หมายเหตุ
1.       54196 ด.ช.ศุภกานต์ ตันประเสริฐ     ม.1/3              0                             ร                     ข/ส 
2.       54130 ด.ช.กันตภณ  ชวนชิต           ม.1/5              0                             ร                     ข/ส   
3.       54180 ด.ช.จิตติ       ไทรเล็กทิม      ม.1/5              0                             ร                     ข/ส   
4.       54205 ด.ช.สหพัฒน์  มณีเจริฐวงศ์    ม.1/5              0                             ร                    ข/ส   
5.       54304 ด.ช.ภูมิ          แลมบีย์           ม.1/5              0                             ร                     ข/ส   
6.       54066 ด.ช.ณัฐชนน  แก้วสวัสดิ์ลาภ  ม.1/6              0                             ร                     ข/ส   

วันศุกร์ที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๒:๐๐ -๑๓:๓๐ น. วิชานวัตกรรมการสอนวิชาสังคมศึกษา ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ ภาคเรียนที่ ๑ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔  ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ฝ่ายมัธยม) อาคาร DS 1 ชั้น 4 ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ LAB1413  บรรยายโดย อาจารย์อุบลรัตน์  บุญประเสริฐ  กลุ่มสาระคอมพิวเตอร์

 เกณฑ์การวัดผลและประเมินการเรียนมีดังนี้

1.ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับงานนำเสนอ (10 คะแนน)  2.เรียนรู้การใช้งานโปรแกรม PowerPoint 2003 เบื้องต้น

เช่น การเปิด-ปิดและใช้งานโปรแกรมนำเสนอ การสร้างสไลด์ใหม่  การพิมพ์ข้อความหรือตัวอักษร การใส่สี่พื้นหลังและสีตัวอักษร การสร้างปุ่มปฏิบัติการ สร้างวัตถุต่างๆ  (10 คะแนน)  3.การบันทึกไฟล์เสียงด้วยโปรแกรม Sound Recerden และโปรแกรม GoldWave  (10 คะแนน)  4.การนำไฟล์เสียงที่ผ่านการบันทึกเรียบร้อยแล้ว มาประยุกต์ใช้งานร่วมกับงานนำเสนอ  (10 คะแนน) 

5.นำไฟล์วิดีทัศน์ ่(VDO) มาใช้งานนำเสนอ  (10 คะแนน)  6.การสร้างงานนำเสนอโดยการเชื่อมโยงหลายมิติ  (10 คะแนน) 

7.นำเสนอผลงานโดยการตั้งเวลาเพื่อการนำเสนอโครงงานหรือรายงานเแบบอัตโนมัติ  (10 คะแนน)  8.การสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย  (10 คะแนน)  9. การสำรองข้อมูลหรือการทำสำเนาไฟล์งานนำเสนอใส่ลงแผ่น CD/ DVD (10 คะแนน)  10.หลังจากที่นักศึกษาได้เรียนเนื้อหาวิชาดังกล่าวจบแล้ว ให้นักศึกษาทำการสรุปความรู้ได้รับจากการเรียนการสอนในครั้งนี้ ใส่สมุดจดที่แจกให้พร้อมส่งผลงานนำเสนอในรูปของ CD กับท่านอาจารย์วิชัย  สกุลโรจนประวัติ  เพื่อประเมินผลการเรียนของนักศึกษาภาคเรียนที่ 1 ปี 2554 นี้

http://www.youtube.com/user/ubonrat14kooyui (สามารถดูไฟล์ VDO การเรียนการสอนได้ที่นี้คะ)http://ubonrat.exteen.comfacebook  ใช้ชื่อจริง อุบลรัตน์ บุญประเสริฐ (สามารถนำรูปภาพของ น.ศ.ได้ที่ facebook )

edit @ 22 Jul 2011 21:43:48 by kooyui

ศุกร์ที่ 21 มกราคม 2554 ให้นักเรียนสร้าง เว็บ...www.exteen.com และสมัคร...เพื่อสร้างเว็บBlog โดย..ใช้รหัสประจำตัวนักเรียน...53999 .... ในส่วนUserneme 52401-2-6-20 52422-2-3-27 52437-2-1-20 52473-2-3-30 52122-2-5-5 52052-2-6-3 52322-2-6-13 52028-2-1-2 52361-2-4-20 52285-2-4-15 52309-2-4-16 52290-2-2-16 52372-2-2-20 52136-2-6-8 52195-2-5-9 52201-2-4-9 ให้ไปสร้างเว็บ....exteen.com ให้สมบูรณ์...และสวยงาม....เพื่อเป็นคะแนนสอบปลายภาคเรียนที่ 2/2553 นักเรียนคนใดสามารถสร้างและทำหน้าเว็บบอร์ด..ได้สวย...และน่าสนใจ...ในเรื่องที่ตนเองชอบ....ให้คะแนนเต็ม....และรับเกรด 4444444444444 ไปเลย ส่งงานเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2554 เวลา 12.10-14.40 น.

edit @ 21 Jan 2011 13:26:02 by kooyui

Computer คอมพิวเตอร์
 คอมพิวเตอร์ (อังกฤษ : computer) หรือในภาษาไทยว่า คณิตกรณ์ คือ เครื่องมือหรือ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสามารถในการคำนวณอัตโนมัติตามคำสั่งส่วนที่ใช้
ประมวลผลเรียกว่าหน่วยประมวลผล ชุดของคำสั่งที่ระบุขั้นตอนการคำนวณเรียกว่า
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นอาจเป็นได้ทั้ง ตัวเลข ข้อความ รูปภาพ
เสียง หรืออยู่ในรูปอื่น ๆ อีกมากมาย ลักษณะทางกายภาพของคอมพิวเตอร์นั้นมีหลากหลาย
มีทั้งขนาดที่ใหญ่มากจนต้องใช้ห้องทั้งห้องในการบรรจุ และขนาดเล็กจนวางได้บนฝ่ามือ
การจัดแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์สามารถจัดแบ่งได้ตามขนาดทางกายภาพเป็นสำคัญ
ซึ่งมักจะแปลผันกับประสิทธิภาพความเร็วในการประมวลผล โดยขนาดคอมพิวเตอร์ที่มี
ขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่า ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ใช้กับการคำนวณผลทางวิทยาศาสตร์
ขนาดรองลงมาเรียกว่า เมนเฟรม มักใชัในบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องมีการประมวลผล
ธุรกรรมทางธุรกิจจำนวนมากๆ สำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้ในระดับบุคคล
เรียกว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่พกพาได้เรียกว่า
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถวางบนฝ่ามือได้เรียกว่า
พีดีเอ อย่างไรก็ตามคอมพิวเตอร์มีใช้กันอย่างกว้างขวางมาก ซึ่งมีอุปกรณ์หลายๆชนิด
ได้นำคอมพิวเตอร์ไปใช้เป็นกลไกหลักในการทำงาน เช่น กล้องดิจิทัล เครื่องเล่นเอ็มพีสาม
หรือในรถยนต์เองก็มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ช่วยในการตรวจสอบระบบการทำงานของเครื่องยนต์
ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์โดยรวมแล้ววัดกัน
ประวัติของคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องยากที่
จะชี้ชัดลงไปว่าอุปกรณ์ใดจัดเป็นคอมพิวเตอร์ยุคแรก ๆ เพราะคำว่า "คอมพิวเตอร์"
เองก็มีการตีความเปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ แต่จุดเริ่มของคำนี้หมายถึงคนที่ทำหน้าที่เป็น
นักคำนวณในสมัยนั้น ช่วงปี ค.ศ. 1930 ถึงช่วงปี ค.ศ. 1940 เป็นช่วงที่โลกได้มี
คอมพิวเตอร์ที่สามารถโปรแกรมได้และคำนวณผลลัพธ์ได้มีประสิทธิภาพจริง แต่เป็นการยาก
ที่จะตัดสินได้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกENIAC (Electronics Numerical Integrator
 and Computer) เกิดขึ้นในปี1946 และประดิษฐ์โดย จอห์น ดับลิว มอชลีย์ (John W. Mauchly)
และ เจ เพรสเพอร์ เอคเกิรต (J. Prespern Eckert) ทำงานโดยใช้หลอดสุญญากาศ
จำนวน 18,000 หลอด มีน้ำหนัก 30 ตัน ใช้เนื้อที่ห้อง 15,000 ตารางฟุต เวลาทำงานต้องใช้
กำลังไฟถึง 140 กิโลวัตต์คำนวณในระบบเลขฐานสิบ
ค.ศ. 1941 เป็นครั้งแรกที่โลกได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สามารถตั้ง
โปรแกรมได้อย่างอิสระ ผู้พัฒนาคือ Konrad Zuseและชื่อคอมพิวเตอร์คือ 
Z1 Computer
ค.ศ. 1941 จอห์น อตานาซอฟฟ์ และ คลิฟฟอร์ด เบอร์รี ที่
มหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ได้ร่วมกันสร้าง คอมพิวเตอร์อตานาซอฟฟ์-เบอร์รี
ซึ่งสามารถประมวลผลเลขฐานสอง
ค.ศ. 1944 John Presper Eckert และ John W. Mauchly ได้ร่วมกันสร้างอีนิแอก ซึ่งใช้หลอดสูญญากาศ
จำนวน 20,000 หลอด เพื่อสร้างหน่วยประมวลผล และถือได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกสำหรับการ
ใช้งานทั่วไป โดยมีการประมวลผลแบบทศนิยม โดยหากต้องการตั้งโปรแกรมจะต้องต่อสายเชื่อมต่อ
เครื่องอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด
ค.ศ. 1948 Frederic Williams และ Tom Kilburn สร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้
หลอดรังสีคาโทด เป็นหน่วยความจำ
ค.ศ. 1947 ถึง 1948 John Bardeen, Walter Brattain และ Wiliam Shockley ส
ร้างคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทราสซิสเตอร์ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ
ค.ศ. 1951 John Presper Eckert และ John W. Mauchly ได้พัฒนา UNIVAC Computer ซึ่งเป็น
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีการขาย
ค.ศ. 1953 ไอบีเอ็ม (IBM) ออกจำหน่าย EDPM เป็นครั้งแรก และเป็นก้าวแรกของไอบีเอ็มในธุรกิจคอมพิวเตอร์
ค.ศ. 1954 John Backus และ IBM ร่วมกันสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ชื่อ FORTRAN
ซึ่งเป็นภาษาระดับสูง (high level programming language) ภาษาแรกในประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์
ค.ศ. 1955 (ใช้จริง ค.ศ. 1959) สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด, ธนาคารแห่งชาติอเมริกา, และ บริษัทเจเนอรัล
อิเล็กทริก ร่วมกันสร้าง ERMA และ MICR ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในธุรกิจธนาคาร
ค.ศ. 1958 Jack Kilby และ Robert Noyce เป็นผู้สร้าง Integrated Circuit หรือ ชิป (Chip)เป็นครั้งแรก
ค.ศ. 1962  สตีฟ รัสเซลล์ และ เอ็มไอที ได้พัฒนาเกมคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรกของโลกชื่อว่า
"Spacewar" ค.ศ. 1964 Douglas Engelbart เป็นผู้ประดิษฐ์เมาส์ และระบบปฏิบัติการแบบวินโดวส์
ค.ศ. 1969 เป็นปีที่กำเนิด ARPAnet ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต
ค.ศ. 1970 อินเทล พัฒนาหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์หรือ RAM เป็นครั้งแรก
ค.ศ. 1971 Faggin, Hoff และ Mazor พัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกให้อินเทล (Intel)
ค.ศ. 1971 Alan Shugart และ IBM พัฒนา ฟลอปปี้ดิสก์ เป็นครั้งแรก
ค.ศ. 1973 Robert Metcalfe และ Xerox ได้พัฒนาระบบอีเทอร์เน็ต (Ethernet) สำหรับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ค.ศ. 1974 ถึง ค.ศ. 1975 Scelbi และ Mark-8 Altair และ IBM ร่วมกันวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์สำหรับ
ผู้ใช้รายย่อยเป็นครั้งแรก
ค.ศ. 1976 ถึง ค.ศ. 1977 ถือกำเนิด Apple I, II และ TRS-80 และ Commodore Pet Computers
ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรกๆ ของโลก
ค.ศ. 1981 ไมโครซอฟท์ วางจำหนาย MS-DOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมที่สุดในช่วงนั้น
ค.ศ. 1983 บริษัทแอปเปิล ออกคอมพิวเตอร์รุ่น Apple Lisa ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ GUI
ค.ศ. 1984 บริษัทแอปเปิล วางจำหน่ายคอมพิวเตอร์รุ่น แอปเปิล แมคอินทอช
ซึ่งทำให้มีการใช้คอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง
ค.ศ. 1985 ไมโครซอฟท์ วางจำหน่าย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ เป็นครั้งแรก ประเภทของคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ได้ใช้วงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญ่มาก (very large scale integrated circuit)
ซึ่งสามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ได้มากกว่าสิบล้านตัว
เราสามารถแบ่งคอมพิวเตอร์ในรุ่นปัจจุบันออกเป็น 4 ประเภทดังต่อไปนี้
1.ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (supercomputer)
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ถือได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วมาก และมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่น ๆ เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ่ สามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้หลายแสนล้านครั้งต่อวินาที และได้รับการออกแบบ เพื่อให้ใช้แก้ปัญหาขนาดใหญ่มากทางวิทยาศาสตร์และทางวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน การศึกษาผลกระทบของมลพิษกับสภาวะแวดล้อมซึ่งหากใช้คอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ แก้ไขปัญหาประเภทนี้ อาจจะต้องใช้เวลาในการคำนวณหลายปีกว่าจะเสร็จสิ้น ในขณะที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากการแก้ปัญหาใหญ่ ๆ จะต้องใช้หน่วยความจำสูง ดังนั้น ซูเปอร์คอมพิวเตอร์จึงมีหน่วยความจำที่ใหญ่มาก ซูเปอร์คอมพิวเตอร์มีหลายประเภท ตั้งแต่รุ่นที่มีหน่วยประมวลผล (processing unit) 1 หน่วย จนถึงรุ่นที่มีหน่วยประมวลผลหลายหมื่นหน่วยซึ่งสามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อม ๆ กัน
2.เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (mainframe computer)
 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มีสมรรถภาพที่ต่ำกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาก แต่ยังมีความเร็วสูง และมีประสิทธิภาพสูงกว่ามินิคอมพิวเตอร์หรือไมโครคอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการผู้ใช้จำนวนหลายร้อยคนพร้อม ๆ กัน ฉะนั้น จึงสามารถใช้โปรแกรมจำนวนนับร้อยแบบในเวลาเดียวกันได้ โดยเฉพาะถ้าต่อเครื่องเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถใช้ได้จากทั่วโลก ปัจจุบัน องค์กรใหญ่ๆ เช่น ธนาคาร จะใช้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ในการทำบัญชีลูกค้า หรือการให้บริการจากเครื่องฝากและถอนเงินแบบอัตโนมัติ (automatic teller machine) เนื่องจากเครื่องเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ได้ถูกใช้งานมากในการบริการผู้ใช้พร้อม ๆ กัน เมนเฟรมคอมพิวเตอร์จึงต้องมีหน่วยความจำที่ใหญ่มาก
3.มินิคอมพิวเตอร์ (minicomputer)
 มินิคอมพิวเตอร์ คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามารถบริการผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อม ๆ กัน
แต่จะไม่มีสมรรถภาพเพียงพอที่จะบริการผู้ใช้ในจำนวนที่เทียบเท่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ได้ จึงทำให้มินิคอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับองค์กรขนาดกลาง หรือสำหรับแผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่
เท่านั้น
4.ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer) หรือ พีซี (personal computer หรือ PC )
 ไมโครคอมพิวเตอร์ คือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กแบบขนาดตั้งโต๊ะ (desktop computer) หรือขนาดเล็กกว่านั้น อาทิเช่น ขนาดสมุดบันทึก (notebook computer) และขนาดฝ่ามือ (palmtop computer)
ไมโครคอมพิวเตอร์ได้เริ่มมีขึ้นในปีพ.ศ. 2518 ถึงแม้ว่าในระยะหลัง เครื่องชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพที่สูง
แต่เนื่องจากมีราคาไม่แพงและมีขนาดกระทัดรัด ไมโครคอมพิวเตอร์จึงยังเหมาะสำหรับใช้ส่วนตัว
ไมโครคอมพิวเตอร์ได้ถูกออกแบบสำหรับใช้ที่บ้าน โรงเรียน และสำนักงานสำหรับที่บ้าน เราสามารถใช้
ไมโครคอมพิวเตอร์ในการทำงบประมาณรายรับรายจ่ายของครอบครัวช่วยทำการบ้านของลูกๆ การค้นคว้า
ข้อมูลและข่าวสาร การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail หรือ E - mail)หรือโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ต (internet phone) ในการติดต่อทั้งในและนอกประเทศ หรือแม้กระทั่งทางบันเทิง เช่น การเล่นเกมบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ สำหรับที่โรงเรียน เราสามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการช่วยสอนนักเรียนในการค้นคว้าข้อมูลจากทั่วโลกสำหรับที่สำนักงาน เราสามารถใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ในการช่วยพิมพ์จดหมายและข้อมูลอื่นๆ เก็บและค้นข้อมูล วิเคราะห์และทำนายยอดซื้อขายล่วงหน้า
การทำงานของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆเช่น ENIAC เวลาโปรแกรมต้องใช้วิธีการเปลี่ยนสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ
ซึ่งเป็นวิธีการที่ยุ่งยากมาก จึงเกิดแนวคิดว่าตัวโปรแกรมน่าจะจัดเก็บอยู่ในส่วนที่สามารถปรับเปลี่ยน
แก้ไขได้ง่าย เป็นที่มาของแนวคิดที่ทำการจัดเก็บข้อมูลต่างๆรวมถึงโปรแกรมไว้ใน หน่วยความจำ
หรือ memory ทำให้คอมพิวเตอร์จะได้รับคำสั่งโดยการอ่านคำสั่งจากหน่วยความจำ และการปรับเปลี่ยนโปรแกรมสามารถทำได้โดยการเปลี่ยนแปลงค่าภายในหน่วยความจำ แนวคิดข้างต้นรู้จักในชื่อว่า
"Stored-Program Concept" หรือ อีกชื่อว่าสถาปัตยกรรม von Neumann โดยเข้าใจว่า J. Presper Eckert และ John William Mauchly ซึ่งเป็นนักออกแบบ ENIAC เป็นผู้คิดค้นขึ้น
แนวคิดการทำงานแบบ Stored-Program ถูกใช้เป็นแนวคิดหลักของการทำงานในคอมพิวเตอร์จนถึงปัจจุบัน
โดยแนวคิดนี้จะแบ่งการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็น 4 ส่วนหลักได้แก่
ภาพมาจากhttp://203.146.127.234/~dede4u/D1/index.php?option=com_content&task=view&id=30&Itemid=9
1.หน่วยประมวลผลในรูปแบบข้อมูล Binary หรือที่เรียกว่า Arithmetic-Logical Unit (ALU) เปรียบเสมือนหัวใจ
ของคอมพิวเตอร์ หน้าที่หลักของมันคือทำการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐานอันได้แก่การบวกและลบ และการทำการเปรียบเทียบข้อมูลสองข้อมูลว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ถ้าไม่จะมีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่า
2.หน่วยความจำ หรือ Memory ใช้สำหรับเก็บข้อมูล (Data) และ คำสั่ง (Instructions)
โดยข้อมูลภายในหน่วยความจำจะถูกแบ่งเป็นส่วนๆเล็กๆเท่าๆกัน แต่ละส่วนมีที่อยู่ (address) เพื่อใช้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บเอาไว้
3.อุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุต หรือ I/O Device เป็นส่วนที่ใช้นำข้อมูลจากโลกภายนอกเข้ามาภายในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาประมวลผล และเมื่อได้ผลลัพธ์ก็จะนำข้อมูลที่ได้มาแสดงผลให้โลกภายนอกคอมพิวเตอร์ได้รับทราบ
4.หน่วยควบคุมการทำงาน หรือ Control Unit เป็นส่วนที่ใช้เชื่อมต่อแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หน้าที่หลักๆคือทำการอ่านข้อมูลคำสั่งที่อยู่ภายในหน่วยความจำหรือที่ได้จากอุปกรณ์อินพุต ทำการแปลความหมายและส่งไปประมวลผลใน ALU จากนั้นนำผลที่ได้ไปจัดเก็บในหน่วยความจำหรืออุปกรณ์เอาต์พุต หน้าที่หลักอีกประการ คือควบคุมลำดับการทำงานของแต่ละขั้นตอนให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม
หน่วยประมวลผล
การทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง หน่วยประมวลผล จะรับคำสั่งและข้อมูลจากหน่วยความจำ
โดยส่งเข้าที่ Queue Prefetch Unit จะตรวจสอบว่า ค่าใน Queue เป็นคำสั่งหรือไม่ ถ้าเป็นคำสั่งจะสั่งให้ Bus Interface Unit (BIU) ส่งค่าของคำสั่งไปที่ Decode Unit ถ้าเป็นค่าที่อยู่ (Address) ของหน่วยความจำ จะถูกส่งไปที่ Segment and Paging Unit Segment and Paging Unit จะแปลงที่อยู่ของหน่วยความจำ จากที่อยู่เสมือน (Virtual Address) ในรูปแบบของ segment : offset ให้กลายเป็นที่อยู่จริง (Physical Address) ที่ Bus Interface Unit เข้าใจ หน่วยถอดรหัส (Decode Unit) จะตรวจสอบและแยกแยะคำสั่ง แล้วแปลคำสั่ง และส่งสัญญาณควบคุมไปให้ Execution Unit ทำงานตามคำสั่งนั้นใน Execution Unit จะประกอบด้วย Control Unit (CU)
จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานภายในโปรเซสเซอร์เป็นตัวสั่งงาน Unit อื่นๆตามคำสั่งที่แปลจาก Decode Unit Protection Test Unit จะป้องกันและตรวจสอบการทำงานของส่วนต่างๆ ไม่ให้ทำผิดกฏเกณฑ์ จนเกิดข้อผิดพลาดขึ้น Register จะทำหน้าที่เก็บค่าชั่วคราวก่อนและหลังการประมวลเพื่อส่งให้ส่วนอื่นๆต่อไป เป็นเหมือน
กระดาษทดชัว่คราว สำหรับ ALU Arithmetic Logic Unit (ALU) เป็นส่วนการคำนวณทางคณิตศาสตร์และหาค่าตรรกะของการเปรียบเทียบ
เมื่อ ALU คำนวณหรือเปรียบเทียบค่าเรียบร้อยแล้ว จะส่งไปเก็บไว้ที่ Register แล้ว
Control Unit จะสั่งให้ BIU เก็บค่าผลลัพธ์ลงในหน่วยความจำ โดยแปลงที่อยู่เสมือนที่
Control Unit กำหนด ให้กลายเป็น ที่อยู่จริงของหน่วยความจำที่จะนำผลลัพธ์ไปเก็บไว้
หน่วยความจำ
หน่วยความจำเป็นพื้นที่การทำงานและเป็นพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ เพราะคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานตามลำพังโดยอาศัยเพียงหน่วยประมวลผลหลักได้
หน่วยความจำแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ หน่วยความจำชั่วคราว หรือ หน่วยความจำสำรอง
คือ แรม (RAM: Random Access Memory) โดยแรมจะเป็นหน่วยความจำที่ใช้ขณะคอมพิวเตอร์ทำงาน
และจะหายไปเมื่อปิดเครื่อง อีกชนิดหนึ่งคือหน่วยความจำถาวร หรือหน่วยความจำหลัก
ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล และ รอม (ROM: Read Only Memory) ที่ใช้ในการเก็บค่าไบออส หน่วยความจำถาวรจะใช้ในการเก็บข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์และจะไม่สูญหายเมื่อปิดเครื่อง
ตัวอย่างประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์มีประโยชน์กับเรามากมาย เช่น
1.การใช้งานภาครัฐ งานทะเบียนราษฎร์ของรัฐบาล เช่น การแจ้งเกิด ตาย ย้ายที่อยู่ การทำบัตรประจำตัวประชาชน
2.การใช้งานทางด้านธุรกิจทั่วไป งานทำบัญชี รายการซื้อขาย งานเรียบเรียงเอกสาร งานประมวลคำ
3.งานสายการบิน การสำรองที่นั่งผู้โดยสาร การลดงานเอกสาร
4.ทางด้านการศึกษา สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การเรียนออนไลน์ให้กับผู้เรียนที่อยู่ห่างไกล
5.ธุรกิจการนำเข้าสินค้าและส่งออก การทำธุรกิจแบบพานิชอิเล็กทรอนิกส์
6.ธุรกิจธนาคาร ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ การทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ
7.วิทยาศาสตร์และการแพทย์ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติคนไข้ และอื่นๆ
8.ด้านการเกษตร เช่นการตรวจสอบคุณภาพของผลผลิต  สามารถตรวจสอบแหล่งที่ผลิต...ฯลฯ
9.ด้านการป้องกันประเทศชาติ
การรักษาของคนไข้ วิจัย คำนวณ และ การจำลองแบบ ที่มาจาก NawaphasnoB
http://nawaphasnob.wikispaces.com/Computer+%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C

edit @ 8 Jan 2011 11:36:37 by kooyui

 
 วิชาเลือกเสรี (คอมพิวเตอร์) ของผู้สอน อ.อุบลรัตน์  บุญประเสริฐ    
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ฝ่ายมัธยม)
ผลการสอบวิชาเลือกเสรี(คอมพิวเตอร์)
  สอบแก้ตัวครั้งที่1(ซ่อม1)และ สอบแก้ตัวครั้งที่2(ซ่อม2)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อนักเรียน  รหัสวิชา  ง21221 (เลือกเสรี 1  จันทร์) ม. 1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ชื่อวิชา การใช้คอมพิวเตอร์และประมวลคำ (พิมพ์ดีด) ห้อง ม.1/1-ม.1/6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อนักเรียน  รหัสวิชา  ง21223 (เลือกเสรี 2  อังคาร) ม.1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ชื่อวิชา การนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (PowerPoint) ห้อง ม.1/1-ม.1/6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อนักเรียน  รหัสวิชา  ง21221 (เลือกเสรี 3  ศุกร์)  ม.1 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ชื่อวิชา การใช้คอมพิวเตอร์และประมวลคำ (พิมพ์ดีด) ห้อง ม.1/7-ม.1/10
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อนักเรียน  รหัสวิชา  ง21225 (เลือกเสรี 1  อังคาร) ม.2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ชื่อวิชา ตารางการทำงาน (Excel) 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------
รายชื่อนักเรียน  รหัสวิชา  ง21223 (เลือกเสรี 2  จันทร์) ม. 2 จำนวน 1.0 หน่วยกิต  
ชื่อวิชา งานกราฟิกและนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ (Photoshop)

 

edit @ 16 Nov 2010 07:50:39 by kooyui

ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2                  2 ชั่วโมง / สัปดาห์  

 

                                              หลักการ วิธีการ การใช้ประโยชน์ และทักษะในการสร้างงาน การประดิษฐ์อักษร การใช้สี การให้แสงและเครื่องมือที่เหมาะสม ในการปฏิบัติงานกราฟิกเบื้องต้น

                     นำแนวคิดจากการวิเคราะห์โจทย์เพื่อการนำมาสร้างชิ้นงาน การประดิษฐ์อักษร การใช้สี การสร้างวัตถุ ในการปฏิบัติงานกราฟิกเบื้องต้นสามารถเลือกใช้โปรแกรมและเครื่องมือได้อย่างเหมาะสม

                     เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของงานกราฟิกหลักการ การจัดการใช้เทคโนโลยี ในการสร้างภาพ การประดิษฐ์อักษร การใช้สีสำหรับงานกราฟิกสามารถออกแบบ สื่อกราฟิก เพื่อการสื่อสาร ตลอดจนปลูกฝังนิสัยรักการทำงาน นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งสามารถนำไปบูรณาการ กับงานในสาระอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับสภาพความต้องการและปัญหาของท้องถิ่น

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

  1. นักเรียนสามารถบอกลักษณะเฉพาะของภาพแต่ละประเภทได้
  2. นักเรียนสามารถอธิบายถึง ทฤษฎีสีได้
  3. นักเรียนสามารถบอกอิทธิพลของสีที่มีต่อวัตถุได้
  4. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องของการจัดองค์ประกอบในงานกราฟิกพื้นฐานได้

 

Copyright © 2000-2010 thaigoodview.com | ออกแบบและพัฒนาระบบโดย ไทยกู๊ดวิวดอทคอม
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 Unported License.
ท่านสามารถนำเนื้อหาไปใช้ แสดง ดัดแปลง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องใช้สัญญาอนุญาตชนิดเดียวกันนี้ไปกับงานดัดแปลงต่อยอดที่เผยเผยแพร่ต่อ

 
                                    ความเป็นมาและความหมายของงานกราฟิก

     งานกราฟิกมีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังตัวอย่างที่พบ คือ ภาพวาดบนผนังถ้ำของมนุษย์โบราณ ที่แสดงออกถึงพิธีกรรมหรือกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การล่าสัตว์ การบวงสรวง จำนวนและชนิดของสัตว์ ในปัจจุบันสังคมมนุษย์ได้ใช้งานกราฟิกในเกือบทุกกิจกรรม เช่น การศึกษา การออกแบบการทดลอง การนำเสนอข้อมูลการแสดงออกทางศิลปะ การโฆษณาผลิตภัณฑ์ ภาพยนตร์และด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีผลทำให้การสร้างและใช้งานกราฟิกสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก งานกราฟิกจึงมีความสำคัญและมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์การสื่อความหมายระหว่างมนุษย์เป็นกิจกรรมทางสังคมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ มนุษย์รู้จักใช้เครื่องมือที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายและมีความแตกต่างกันตามความเจริญของสังคมมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยมนุษย์ยุคเริ่มแรกยังไม่มีภาษาและสัญลักษณ์จึงใช้ของจริงและสภาวะจริงรอบตัวในการสื่อความหมายต่อกันเช่น
การบอกแหล่งอาศัยของสัตว์ จะใช้วิธีวิ่งนำหน้าเพื่อนไปยังแหล่งที่มีสัตว์อยู่แล้วชี้ให้เห็นวิธีการนี้จะยุ่งยากและเยิ่นเย้อ  เพราะไม่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องมือช่วยย่อให้กระบวนการสื่อความหมายสั้นและกระชับจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พบว่า เมื่อประมาณล้านปีมาแล้ว มนุษย์โฮโมอีเร็คทุส (Homo Erectus) ซึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ลำตัวตั้งตรง ยังไม่มีภาษาใช้  ได้ใช้ท่าทางและสิ่งของตามธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน กิ่งไม้ และกระดูกสัตว์ต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายต่อกัน เช่น
การสื่อความหมายถึงแหล่งล่าสัตว์ชนิดใดจะทำโดยการยกชูกระดูกของสัตว์ชนิดนั้น แล้วชี้ไปยังทิศทางที่มีสัตว์ชนิดนั้นอาศัยอยู่

 

 


เมื่อประมาณแสนปีมาแล้ว เผ่าพันธุ์ของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า โฮโมซาเปี้ยน (Homo Sapiens) รู้จักรวมกันเป็นกลุ่มอาศัยในถ้ำ ได้ใช้สีตามธรรมชาติเขียนลายเส้นบนหน้าตาและร่างกายเพื่อเป็นเครื่องหมายสื่อความหมายบอกบทบาท บอกหมู่เหล่า ลายเส้นบนเครื่องมือบอกวิธีใช้้และความเป็นเจ้าของและเขียนภาพเหมือนของคน สัตว์ และสิ่งของบนผนังถ้ำ เพียงการชี้ไปยังภาพบนผนังถ้ำก็จะสื่อความหมายต่อกันได้ว่า สัตว์ชนิดใด ใช้อาวุธอะไร ใช้คนเท่าไร
 ทำให้การล่าสัตว์ทำได้ดีขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น ภาพเหล่านี้ช่วยให้การสื่อความหมายทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สามารถใช้อธิบายและสื่อความหมายเป็นเรื่องราวและเป็นพื้นฐานในการวิวัฒนาการมาเป็นภาษาพูดและภาษาเขียนในสมัยต่อมา

กราฟิกและโปรแกรมวาดภาพ  
     โปรแกรมเพนต์ เป็นโปรแกรมที่จัดอยู่ในกลุ่มของโปรแกรมวาดภาพ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนเพิ่มเติมของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์ 95/98/ME/2000/XP โปรแกรมเพนต์เป็นโปรแกรมใช้สำหรับวาดภาพที่ทำให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพง่าย ๆ หรือนำภาพที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะได้มากจากดาวน์โหลด หรือการสแกนมาตกแต่งใหม่ให้สวยงาม โดยใช้เครื่องมือวาดและการระบายสีต่าง ๆ ที่โปรแกรมเพนต์เตรียมไว้ให้ รวมทั้งการวาดรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ ภาพที่วาดหรือตกแต่งเสร็จแล้วสามารถนำไปประกอบเอกสารอื่น ๆ ได้ เช่น Word, Excel, PowerPoint และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสร้างงานศิลปะอื่น ๆ โปรแกรมเพนต์มีความสามารถในการสร้างภาพอย่างง่าย ไม่ค่อยจะมีรายละเอียดซับซ้อนมากนัก ซึ่งถือได้ว่าเป็นโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการวาดภาพ หรือการออกแบบกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ที่ผู้เริ่มใช้คอมพิวเตอร์ควรจะได้ศึกษา ทำความเข้าใจและฝึกใช้งานให้เป็นเบื้องต้น


การสร้างงานศิลปะด้วยโปรแกรม Paint 

ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานกราฟิก


คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบกราฟิกมากกว่าเครื่องมือชนิดอื่น ๆ ตั้งแต่ได้มีการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ (Printing Process) เนื่องจากขั้นตอนสุดท้ายในการออกแบบจะต้องมีการแสดงชิ้นงานออกมาในรูปแบบของการพิมพ์ เช่น ข้อความโฆษณาต่าง ๆ หน้าปกนิตยสาร และอื่น ๆ นักออกแบบจึงเริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากการสเกตซ์ภาพบนแผ่นกระดาษด้วยดินสอสี หรือปากกา กลายเป็นการสร้างชิ้นงานออกมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์      
     การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ สร้างความคิดใหม่ๆ รูปแบบและสีต่างๆ ทำให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น มีการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการระบายสีและวาดภาพ ซึ่งชื่อของซอฟต์แวร์ต่างๆ มักบอกลักษณะการทำงานของซอฟต์แวร์นั้นๆ เช่น เพนต์บรัช (Paintbrush) โพโตชอป (Photoshop) เพนต์ชอฟโปร (Paintshop Pro) เป็นโปรแกรมระบายสี (Paint Program) ใช้สำหรับตกแต่งภาพ ระบายสีภาพ ซึ่งโปรแกรมประเภทนี้เหมาะกับการใช้งานกับภาพชนิดบิตแมบ
     ส่วนคอเรลดรอว์ (Corel Draw) อโดบี อลาสเตรเตอร์ (Adobe Illustrator) แมคโครมีเดีย ฟรีแฮนด์ (Macromedia Freehand) เป็นโปรแกรมวาดภาพ (Draw Program) ใช้ในการสร้างภาพ หรือวาดภาพในลักษณะภาพลายเส้น เหมาะกับการใช้งานกับภาพชนิดเวคเตอร์
     ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานกราฟิกสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยทั่วไปได้ โดยมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์บางประการให้กับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล การนำเข้าข้อมูล การแสดงผลข้อมูลแบบกราฟิก
ความหมายของคอมพิวเตอร์กราฟิก

     คอมพิวเตอร์กราฟิก (Computer Graphics) หมายถึง การสร้าง การจัดการ การใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพกราฟิก โดยการนำข้อมูลมาสร้างเป็นภาพ เส้นกราฟ แผนภาพ แผนภูมิ หรืออาจนำภาพมาจากสื่ออื่น ๆ เช่น ภาพจากเครื่องกราดตรวจ จากกล้องดิจิทัล จากวีดิทัศน์หรือจากภาพยนต์ มาทำการตัดต่อให้เป็นไปตามต้องการ หรือตกแต่งภาพให้ดีขึ้น ภาพกราฟิกเหล่านี้จะประกอบด้วย เส้น สี แสง และเงาต่าง ๆ สามารถแสดงออกมาทางจอภาพหรือพิมพ์ออกมาทางอุปกรณ์ เช่น เครื่องพิมพ์ได้
     นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายอื่น เช่น คอมพิวเตอร์วาดภาพ ซึ่งหมายถึง การใช้ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการวาดภาพสำหรับวาดภาพต่างๆ ในคอมพิวเตอร์

หลักการออกแบบกราฟิกและสื่อ

     การออกแบบกราฟิกและสื่อเป็นขั้นตอนหนึ่งของการสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการงานกราฟิก งานทางด้านสิ่งพิมพ์ โดยมีหลักการคิดและวิธีการดำเนินการที่ต้องอาศัยแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการสื่อความหมาย  หลักการทางศิลปะประยุกต์และทฤษฎีการรับรู้ทางจิตวิทยา การออกแบบงานกราฟิกจึงต้องกระทำอยู่บนพื้นฐานขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้
     การออกแบบงานกราฟิกและสื่อ ควรจะต้องคำนึงถึงหลักการ ดังนี้
          1.  ความมีเอกภาพ (unity)
          2.  ความกลมกลืน (harmony)
          3.  ความมีสัดส่วนที่สวยงาม (propertion)
          4.  ความมีสมดุล  (balance)
          5.  ความมีจุดเด่น (emphasis)


องค์ประกอบในการออกแบบงานกราฟิกและสื่อ

     ส่วนสำคัญที่จะสร้างสรรค์ความสุนทรีย์บนงานออกแบบ มีองค์ประกอบอยู่ 2 ส่วน คือ 
          1. อักษรและตัวพิมพ์
               ตัวอักษรจะทำหน้าที่เป็นส่วนแจกแจงรายละเอียดของข้อมูล สาระที่ต้องการนำเสนอด้วยรูปแบบและการจัดวางตำแหน่งอย่างสวยงาม มีความชัดเจน การออกแบบ การเลือกแบบตลอดจนการกำหนดรูปแบบของตัวอักษรที่จะนำมาใช้ ต้องมีลักษณะเด่น อ่านง่าย สวยงาม น่าสนใจ ลักษณะที่แตกต่างของตัวอักษร จึงต้องกำหนดตามสภาวะการนำไปใช้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นหัวเรื่อง หรือชื่อสินค้า จะต้องเน้นความโดดเด่นของรูปแบบมากที่สุดและ
ส่วนที่เป็นข้อความหรือเนื้อหา ที่ต้องการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ นิยมใช้ตัวอักษรที่มีรูปแบบเรียบง่ายสะดวกในการอ่านมากที่สุด 
               ในการเลือกใช้ตัวอักษรให้มีความเหมาะสมกับงานที่ออกแบบ ผู้ออกแบบควรได้พิจารณาถึงรูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร รูปร่างลักษณะของตัวอักษร การกำหนดระยะห่างและพื้นที่ว่าง การกำหนดสี และการจัดวางตำแหน่งให้มีความสมดุลเหมาะสมพอดี
          2. ภาพและส่วนประกอบตกแต่งภาพ
               ภาพและส่วนประกอบตกแ่ต่งภาพ ที่ต้องการเน้นให้เกิดคุณค่าทางความงาม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นรูปแบบ และนำเสนอแนวคิดให้เป็นรูปธรรมดาตามความคิดของตน เพื่อต้องการให้เกิดประสิทธิผลในการสื่อสารมากที่สุด
งานออกแบบที่ดีควรนำภาพมาใช้ให้เหมาะสมกับโอกาสและหน้าที่อย่างกลมกลืน คือ
                    2.1 เมื่อต้องการดึงดูดความสนใจ
                    2.2 เมื่อต้องการใช้ประกอบการอธิบายความรู้
                    2.3 เมื่อต้องการคำอธิบายความคิดรวบยอด
                    2.4 เมื่อต้องการอ้างอิงสิ่งที่ปรากฏขึ้นจริง
                    2.5 เมื่อต้องการใช้ประกอบข้อมูลทางสถิติ
 

คุณค่าและความสำัคญของการออกแบบงานกราฟิกและสื่อ

     งานกราฟิกที่ดีจะต้องทำให้เห็นถึงความคิดในการออกแบบเป็นเลิศ มีคุณค่าและความสำคัญในตัวเองที่แสดงออกได้ ดังนี้ 
          1. เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมายให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ถูกต้องและชัดเจน
          2. สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
          3. ช่วยทำให้งานเกิดความน่าสนใจ ประทับใจ และน่าเชื่อถือแก่ผู้พบเห็น
          4. ช่วยให้เกิดการกระตุ้นทางความคิด และการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
          5. ช่วยสร้างสรรค์งานสัญลักษณ์ทางสังคม และพัฒนาระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


การวางแผนการผลิตและขั้นตอนในการออกแบบงานกราฟิกและสื่อ
     ในการออกแบบงานกราฟิก ควรมีการวางแผนและกำหนดขั้นตอนการทำงานให้เป็นระบบ เพื่อจะทำให้งานที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพดี โดยคำนึงถึงขั้นตอนที่ใช้ในการผลิตและการออกแบบ ดังนี้
          1. ขั้นการคิด ต้องคิดว่า จะทำอะไร ทำเพื่อใคร ทำอย่างไร และการออกแบบอย่างไร
          2. ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล เป็นการเสาะหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ด้วย
          3. ขั้นการร่างหรือสร้างหุ่นจำลอง โดยการเขียนภาพคร่าว ๆ หลาย ๆ ภาพ แล้วเลือกเอาภาพที่ดีที่สุด
          4. ขั้นการลงมือสร้างงาน เป็นการขยายผลงานด้วยวัสดุและวิธีการที่เตรียมไว้
          5. หลักที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับการใช้สี

     สีมีส่วนช่วยชักจูงให้เกิดความรู้สึกสนใจและเข้าใจถึงคุณค่าของภาพ สามารถตอบสนอง แรงกระตุ้นได้ตามวัตถุประสงค์ของงานออกแบบในงานด้านกราฟิกจะเกี่ยวข้องกับทฤษฎีสีตามหลักวิชาเคมี ซึ่งกำหนดแม่สีไว้เป็น 3 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน 
     บางทีอาจใช้ว่าเป็นทฤษฎีสีของช่างเขียน เพื่อนำมาใช้สร้างสรรค์งานกราฟิกให้มีคุณค่ามากขึ้นกลุ่มสีที่ปรากฎให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเรียกว่า วรรณะของสี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วรรณะ คือ วรรณะสีร้อน จะให้ความรู้สึกสดใส ร้อนแรง ฉูดฉาด รื่นเริง ได้แก่ สีน้ำเงิน ม่วง เขียว และสีที่ใกล้เคียง เนื่องจากคนแต่ละวัยมีความสนใจกลุ่มสีที่แตกต่างกัน เช่น เด็กเล็ก ๆ จะสนใจสีสดเข้ม สะดุดตา ไม่ชอบสีอ่อน
     เมื่อมีอายุมากขึ้นจะไม่ชอบสีสดใสมากๆ แต่นิยมกลุ่มสีหวานนุ่มนวล ดังนั้น การวางโครงสีในการออกแบบงานกราฟิกและสื่อในเชิงพาณิชย์ จึงต้องพิจารณาเรื่อวัยของกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ และควรพิจารณาเกี่ยวกับการใช้สีในทางจิตวิทยาด้วย ดังนี้
          1. ใช้สีสดใสสำหรับกระตุ้นให้เห็นเด่นชัด เหมาะสำหรับการทำสื่อเพื่อการโฆษณา
          2. การออกแบบงานเชิงพาณิชย์ศิลป์ งานกราฟิกต่าง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องใช้สีเสมอไปให้ดูที่ความเหมาะสมด้วย
          3. ควรใช้สีให้เหมาะสมกับวัยของผู้บริโภค
          4. การใช้สีมากเกินไป ไม่เกิดผลดีต่องานออกแบบ เพราะอาจทำให้ลดความเด่นชัดลง
          5. เมื่อใช้สีสดเข้มจับคู่กับสีอ่อนมาก ๆ จะทำใ้ห้ดูชัดเจนและมีชีวิตชีวาน่าสนใจขึ้น
          6. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีพื้นในงานออกแบบสิ่งพิมพ์ที่มีพื่้นที่ว่างมาก ๆ เพราะไม่ทำให้เกิดผลในการเร้าใจ
          7. การใช้สีบนตัวอักษร ข้อความ ถ้าต้องการให้ชัดเจน อ่านง่าย ควรงดการใ้ช้สีตรงกันข้ามในปริมาณเท่า ๆ กัน บนพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน


ประเภทของงานออกแบบกราฟิกและสื่อ 
        
     การออกแบบงานกราฟิกใด ๆ ย่อมมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ลักษณะเฉพาะงานหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ของงานและวิธีการดำเนินงาน ต้องสอดคล้องกับปัจจัยทุกด้าน ในการสร้างงานออกแบบจึงควรศึกษาถึงองค์ประกอบสำคัญหลาย ๆ ด้าน แนวทางในการคิดงานกราฟิกจะแปรเปลี่ยนไปตามลักษณะของสื่อ หรืองานแต่ละประเภทที่มีข้อกำหนดเฉพาะ โดยจะสามารถจัดหมวดหมู่ได้ ดังนี้ 
          1. งานกราฟิกบนสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์
               สื่อโฆษณามีหลายประเภทโดยเฉพาะสื่อทางด้านสิ่งพิมพ์ ปัจจุบันวงการธุรกิจนิยมใช้สื่อประเภทนี้กันค่อนข้างสูง เพื่อช่วยส่งเสริมการขาย เพิ่มการตลาด หรือในบางที่ก็ใช้เป็นตัวขายสินค้าก็มี วิธีในการสร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์มีมากมาย และตัวสืื่อสิ่งพิมพ์โฆษณาเองก็มีการพัฒนาตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามา จึงช่วยส่งเสริมแนวทางในการออกแบบงานกราฟิกและเทคนิคในการออกแบบได้เป็นอย่างดี สื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์นี้ก็ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน สื่อโฆษณาที่ใช้กันมากและเป็นเรื่องรูปแบบการออกแบบสื่อที่น่าสนใจ ได้แก่ 
                    1.1 แผ่นป้ายโฆษณา (Poster) 
                         แผ่นป้ายโฆษณาเป็นสื่อที่มีบทบาทอย่างมากในการประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นสื่อที่สามารถเผยแพร่ได้สะดวก กว้างขวางและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกพื้นที่ สื่อสารกับผู้บริโภคได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับการศึกษา มีความยืดหยุ่นในตัวของสื่อได้เป็นอย่างดี
แผ่นป้ายโฆษณาสามารถนำเสนอข้อมูลรายละเอียดได้มากพอสมควร ผลิตง่าย ใช้สะดวก จึงเป็นที่นิยมตลอดมา การออกแบบแผ่นป้ายโฆษณาควรคำนึงถึงองค์ประกอบ 4 อย่าง ดังนี้
                               - ต้องเป็นแผ่นเดียว สามารถปะติดลงบนพื้นผิวใดก็ได้
                               - ต้องมีข้อความประกอบด้วยเสมอ
                               - ต้องปิดไว้ในที่สาธารณะ
                               - ต้องผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากได้
                          นอกจากนี้การออกแบบควรคำนึงถึงหลักพื้นฐานที่จะทำให้สื่อแสดงบทบาทอย่างเต็มที่ โดยสื่อแผ่นป้ายโฆษณาที่ดีควรจะต้องสนองแนวคิดหลัก 5 ประการได้แ่ก่
                               - จะต้องตอบสนองจุดประสงค์ในการสื่อความหมายได้อย่างเต็มที่
                               - จะต้องมีความชัดเจนในภาพลักษณ์ และข้อความที่ใช้ต้องกระจ่างชัด ขนาดพอดี
                               - รูปภาพและข้อความที่นำเสนอควรให้มีความสอดคล้องสันพันธ์กัน
                               - จะต้องสามารถเข้าใจ ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
                               - ต้องมีความกะทัดรัดและแสดงแนวคิดหลักเพียงอย่างเดียว 
                    1.2 แผ่นพับ (Floders) 
                         แผ่นพับจัดว่าเป็นสิ่งพิมพ์ประเภทที่ผู้ผลิตส่งตรง ถึงผู้บริโภคทั้งวิธีการทางไปรษณีย์ และแจกตามสถานที่ต่าง ๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ตามต้องการ ลักษณะเด่นของแผ่นพับคือ มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูลรายละเอียดได้มากพอสมควร หลากหลายและสวยงามวิธีการออกแบบแผ่นพับสามารถพับได้หลายแบบ การพับแบบต่าง ๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของสื่อเปลี่ยนไป แผ่นพับเมื่อพับแล้วจะมีหลายหน้า อย่างน้อย 4 หน้า จนถึง 80 หน้าแต่ส่วนใหญ่นิยมพับอย่างมาก 16 หน้า และไม่นิยมใส่เลขหน้า ในการออกแบบงานกราฟิกในแต่ละหน้า ไม่ควรให้รกหรือแน่นจนเกินไป การจัดระเบียบของข้อความและจัดวางภาพประกอบต้องให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน ใช้หลักการทางองค์ประกอบศิลป์ช่วยแก้ปัญหา และต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ เพราะผู้ดูมีโอกาสพิจารณาได้นานและอาจดูได้หลายครั้ง แผ่นพับควรพับง่ายและีมีความน่าสนใจ 
                    1.3 แผ่นปลิว (Leaflets) 
                         แผ่นปลิวเป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายในการผลิตถูกที่สุด สามารถผลิตได้ครั้งละมาก ๆ จึงได้รับความนิยมในการนำมาเป็นสื่อเพื่อเป็นการสื่อสาร เพื่อให้ถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง รูปบบและลีลาของการออกแบบนำเสนอสาระข้อมูลของแผ่นปลิวไม่มีจำกัดตายตัว นิยมใช้กระดาษขนาด A4 
                    1.4 บัตรเชิญ (Cards) 
                         บัตรเชิญเป็นสื่อโฆษณาอีกประเภทหนึ่งที่มีบทบาทในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์การออกแบบงานกราฟิกด้านบัตรเชิญมีอย่างกว้างขวาง สามารถสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ ที่จะท้าทายให้ผู้ได้รับเชิญเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น อยากสัมผัส บัตรเชิญเรียกได้ว่างเป็นสื่อเฉพาะกิจ ใช้ในโอกาสที่สำคัญ ดังนั้นการออกแบบบัตรเชิญจะต้องมีความประณีต สวยงาม มีคุณค่าสูงในด้านศิลปะ เนื่องจากต้องการดึงดูดชักจูงให้เกิดความรู้สึกคล้อยตาม การออกแบบบัตรเชิญสามารถตอบสรองแนวคิดสร้างสรรค์ของผู้ออกแบบได้เป็นอย่างดี อาจมีลักษณะเป็นแผ่นพับ 2 พับ หรือทำเป็นแบบสามมิติก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมกับงานนั้น ๆ 
          2. งานกราิฟิกบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่หลักคือเป็นตัวภาชนะสำหรับบรรจุสินค้า มีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปตามลักษณะของสินค้า เช่น หีบ ห่อ กล่อง ขวด ลัง กระป๋อง ฯลฯ บรรจุภัณฑ์จะมีขนาดต่าง ๆ ตามขนาดที่บรรจุสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ
               2.1 บรรจุภัณฑ์สำหรับค้าปลีก มักออกแบบสวยงาม สะดวกในการใช้สอย น่าใช้ บางชนิดจะเน้นความสวยงามเป็นพิเศษ จะมีรายละเอียดของสินค้าบรรจุอยู่ภายใน
               2.2 บรรจุภัณฑ์เพื่อการค้าส่ง เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับบรรจุสินค้าจำนวนมาก ๆ การกำหนดรายละเอียดจะแตกต่างออกไป
               2.3 บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง จะเน้นในเรื่องความสะดวก ความปลอดภัย และความประหยัดในการขนส่ง การออกแบบฉลากของบรรจุภัณฑ์จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดหลายอย่าง นักออกแบบมักจะต้องสร้างภาพลักษณ์ของตัวสินค้าให้เกิดความน่าเชื่อถือ สวยงาม ส่วนการออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ก็มีจุดประสงค์อย่างเดียวกันกับฉลากสินค้า แต่มีจุดเด่นคือ เพื่อความสะดวกในการขนส่ง 
          3. งานกราฟิกบนเครื่องหมายและสัญลักษณ์
               สื่อที่เป็นภาพเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ เป็นสื่อที่มีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน ถ้าเรามองไปรอบ ๆ ตัวจะเห็นสื่อที่เป็นภาพเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ปรากฎอยู่ทัวไปการออกแบบสัญลักษณ์ นักออกแบบจะต้องใช้ความรู้ความสามารถอย่างยิ่งในการวิเคราะห์เนื้อหาสาระที่ต้องการสื่อความหมาย และสังเคราะห์ให้เป็นรูปลักษณ์ที่เป็นสิ่งแทนอันสามารถจะบอกได้ถึงความหมาย ทั้งยังต้องใ้ช้ความสามารถในการเขียนภาพหรือผลิตภาพ สัญลักษณ์ให้ประณีต คมชัด เพื่อสื่อความหมายไ้ด้อย่างถูกต้องชัดเจน

http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=366

ความเป็นมาและความหมายของงานกราฟิก

วันที่โพส 17 ส.ค. 2552 โพสโดย ทีมงานทรูปลูกปัญญา

ปฏิทิน2010-kooyui

posted on 22 Jun 2010 06:23 by ubonrat

edit @ 23 Jun 2010 22:48:24 by kooyui

CommentLover.Com
1.การเข้าเรียนให้ครบ 80 % (ถ้าขาดเรียนเกิน 3 ครั้ง ไม่มีสิทธิสอบ) 2.นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การเรียนมาให้พร้อม (หนังสือแบบเรียน สมุดจดงาน เครื่องเขียน แผ่นบันทึก CD หูฟัง แฟ้มสะสมผลงาน) 3.กิจกรรมการเรียนใบงาน สร้างชิ้นงาน ทำโครงงานการ์ตูนคอมพิวเตอร์ 1 เรื่องวาดใส่สมุดภาพพร้อมระบายสีส่ง จากนั้นนำมาสร้างภาพกราฟิกในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม PowerPoint แล้วทำการบันทึกเสียงการ์ตูนคอมฯ ส่งในรูปของ แผ่นCD 4.นักเรียนต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ (งานกลุ่มย่อย -กลุ่มใหญ่) 5.นักเรียนต้องนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน บันทึกภาพเก็บไว้ส่งครู 6.มีการวัดความรู้ความสามารถของนักเรียน ดัง ให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน สอบท่องจำ สอบข้อเขียน สอบความเข้าใจ ทดสอบปฏิบัติตามขั้นตอน วัดความรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 7.ส่งผลงานที่สมบูรณ์ และเสร็จแล้วในรูปแผ่น CD หรือ แผ่น DVD ส่งก่อนสอบปลายภาคเรียนที่ 2 8.วัดผลและประเมินผล โดยการสอบปลายภาคเรียนที่ 2 (ข้อสอบมีทั้งหมด 2 ตอน ตอนที่ 1 ข้อสอบปรนัย 50 ข้อ ตอนที่ 2 ข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ รวมทั้งสิ้น 60 คะแนน หารคะแนนสอบ เก็บ 30 คะแนน) 

edit @ 22 Jun 2010 06:00:17 by kooyui

edit @ 23 Jun 2010 23:22:13 by kooyui

 

CommentLover.ComคำอธิบายรายวิชาCommentLover.Com

รหัสวิชา ง 21102  ชื่อวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ  สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ภาค 2 ปีการศึกษา 2553    จำนวน 2  คาบ/ สัปดาห์ จำนวน 24 ชั่วโมง

ศึกษาความหมายและความเป็นมาของเทคโนโลยีสารสนเทศ  องค์ประกอบและความสำคัญของเทคโนโลยี  วิวัฒนาการและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ  และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์   การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน   หลักการทำงานและองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์ (Hardware)  ซอฟต์แวร์ (Software) และบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ (People ware)   การใช้งานซอฟต์แวร์ประยุกต์ด้วยโปรแกรมประมวลคำ  โปรแกรมด้านการคำนวณ  โปรแกรมการนำเสนอข้อมูล  โปรแกรมการจัดการด้านฐานข้อมูล โปรแกรมด้านงานพิมพ์เพื่อให้ผู้เรียนฝึกทักษะการพิมพ์ดีดจากโปรแกรมต่าง ๆ   และโปรแกรมกราฟิกต่าง ๆ   โดยการสร้างเอกสาร  รูปภาพประกอบเสียง 

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ    และรู้จักอุปกรณ์ต่างๆ   ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์     อีกทั้งยังฝึกภาคปฏิบัติเพื่อให้ผู้เรียนใช้งานโปรแกรมซอฟต์แวร์ประยุกต์ด้วยการสร้างผลงานได้อย่างเหมาะสม   และฝึกทักษะการใช้แป้นพิมพ์ในงานพิมพ์เอกสารต่าง ๆ   ด้วยโปรแกรมฝึกพิมพ์ดีดอย่างง่าย   ผู้เรียนสามารถประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศได้และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างสรรค์งานนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ  และฝึกทักษะในการสืบค้นข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกับการค้นหาข้อมูลในสาขาวิชาอย่างมีจิตสำนึก  สร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อการทำงานเป็นกลุ่ม  และมีกิจนิสัยในการทำงานร่วมกันเป็นทีม  เพื่อใช้ในการวางแผนการทำงานต่อไปในอนาคตได้



CommentLover.Com 



โครงสร้างแผนการจัดการเรียนรู้  รายชั่วโมง

สาระการเรียนรู้พื้นฐาน  เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/255323

สัปดาห์

หน่วย/แผนการจัดเรียนรู้

รายละเอียดเนื้อหา

จำนวนชั่วโมง

1

ปฐมนิเทศ

ชี้แจงเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

2  ชั่วโมง

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

เทคโนโลยีสารสนเทศ

6  ชั่วโมง

2

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

บทบาท  ความหมาย  และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

2  ชั่วโมง

3

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

องค์ประกอบของระบบสารสนเทศของคอมพิวเตอร์

2  ชั่วโมง

4

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวัน

2  ชั่วโมง

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

ฮาร์ดแวร์

8  ชั่วโมง

5

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

2  ชั่วโมง

6

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

อุปกรณ์รับข้อมูล  โปรแกรมฝึกพิมพ์ดีด

2  ชั่วโมง

7

 

วัดผลและประเมินผล (สอบกลางภาคเรียนที่ 1)

 

8

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6

หน่วยประมวลผลกลางและหน่วยความจำหลัก

2  ชั่วโมง

9

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7

อุปกรณ์แสดงผล  อุปกรณ์เก็บข้อมูล

2  ชั่วโม

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

ซอฟต์แวร์

8  ชั่วโมง

10

แผนการจัดการเรียนรู้ที่8

ประเภทของซอฟต์แวร์และซอฟต์แวร์ระบบประเภทของฮาร์ดแวร์

1  ชั่วโมง

11

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9

ซอฟต์แวร์ประยุกต์  โปรแกรมประมวลคำ  และโปรแกรมด้านการคำนวณ

2  ชั่วโมง

12

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11

ซอฟต์แวร์ประยุกต์  โปรแกรมการนำเสนอข้อมูล

2  ชั่วโมง

13

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12

ซอฟต์แวร์ประยุกต์  โปรแกรมการจัดการด้านฐานข้อมูล   และโปรแกรมด้านงานพิมพ์

1  ชั่วโมง

14

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13

ซอฟต์แวร์ประยุกต์  โปรแกรมกราฟิก

2  ชั่วโมง

15

 

วัดผลและประเมินผล (สอบปลายภาคเรียนที่ 2)

 

รวม

24  ชั่วโมง

 

CommentLover.Com

edit @ 4 Nov 2010 07:18:10 by kooyui


สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

a href="http://www.thaicomment.com/happy-birthday/zfw8vtx82tw0a98" target="_blank">สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
สุขสันต์วันเกิด- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

a href="http://www.thaicomment.com/thanks/5dxn8eg8y0z07ol" target="_blank">ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น
ขอบคุณ- Hi5 กราฟฟิคสำหรับคอมเม้น

edit @ 12 Jun 2010 15:58:31 by kooyui

สุขสันต์วันเกิด-สำหรับเพื่อนที่เกิดในเดือน มิถุนายน 2010 ทุกคน ที่เดือนเดียวกัน yuiyim ja

edit @ 12 Jun 2010 14:15:23 by kooyui

edit @ 12 Jun 2010 14:16:04 by kooyui

edit @ 12 Jun 2010 15:59:37 by kooyui

edit @ 12 Jun 2010 16:01:12 by kooyui

edit @ 12 Jun 2010 16:02:59 by kooyui

edit @ 12 Jun 2010 16:11:39 by kooyui


                                              โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง 

เกณฑ์การวัดและประเมินผลวิชาคอมพิวเตอร์ 
กลุ่มสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์  

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประจำภาคเรียนที่  2 /2552  

รหัสวิชา ง 21102  ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทส (คอมพิวเตอร์ ม.1)  
                                              อาจารย์ผู้สอน  อ.อุบลรัตน์  บุญประเสริฐ  

เกณฑ์วัดและประเมินผลของการเรียนการสอน  แบ่งเป็น 70% , 30%  
 ส่วนที่ 1     70%    

หน่วยการเรียนรู้ที  1  ( 20 คะแนน)  
หน่วยการเรียนรู้ที  2  ( 10 คะแนน)  
หน่วยการเรียนรู้ที  3  ( 10 คะแนน)  
หน่วยการเรียนรู้ที  4  ( 10 คะแนน)
หน่วยการเรียนรู้ที  5  ( 10 คะแนน)   

จิตพิสัย                     (10   คะแนน)                            

>การเข้าเรียน ต้องไม่ขาดเรียนเกิน 3 ครั้ง /เข้าสายไม่เกิน 2 ครั้ง(ไม่มีสิทธิ์สอบ)                                    >การรับผิดชอบใบงาน หรือชิ้นงาน 
>การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสออน 
>พฤติกรรมของนักเรียน, กับเพื่อนร่วม ชั้นเรียน,พฤติกรรมต่อครู/อาจารย์ 
>มีความขยั่นหมั่นเพรียน 
==============70    คะแนน ===========================

ส่วนที่ 2    30%  
สอบกลางภาคเรียน  เก็บ 10 คะแนะ  

>สอบกลางภาค (ไม่จัดสอบในตารางสอบ)แต่จะเก็บชิ้นงานหรือโครงงานแทน                                            
การสอบกลางภาค

คือโครงงานการ์ตูนคอมพิวเตอร์ รูปเล่ม+(CDวาดกราฟิกและที่บันทึกเสียง )

> สอบปลายภาคเรียน (จุดประสงค์ที่1-5 ข้อสอบปรนัย 50 ข้อ, อัตนัย 20 ข้อ)                                         คะแนนทั้งหมดหารเฉพาะข้อสอบเก็บแค่  30%  

 ==============30    คะแนน ============================
  รวมเก็บ ( 70 คะแนน)  + รวมสอบ ( 30 คะแนน)   รวม 100%  

 
*** >คะแนนที่ได้ศูนย์  0 เนื่องจากตกจุดประสงค์จะมีหมายเลขกำกับอยู่                                               ให้นักเรียนแก้ไขเฉพาะจุด ประสงค์นั้น
>ร = รอขิ้นงาน 
>มส = ไม่มีสิทธิ์สอบ 
>ขส = ขาดสอบ 
>0 = ตก 
>สอบตก  ในส่วนของข้อสอบกรณ๊ที่สอบแก้ไข ซ่อม 1 ซ่อม2                                                                หรือSUMMER คะแนนที่สอบจะได้แค่ครึ่งเดียว หรือได้แค่ผ่านเท่านั้น                                                   เฉพาะในส่วนของข้อสอบ 

     
(ใช้สำหรับดูข้อมูล ดาวน์โหลดใบงานอื่นๆ)  
 E-mail ; กลาง  Ubonrat31101com@gmail.com  
 Password ; 18082008   

 E-mail ; สำหรับส่งงาน Kooyui2008@gmail.com

 

edit @ 22 Jun 2010 06:01:45 by kooyui